ใช้งานคาราบินเนอร์อย่างไร? ให้เหมาะสมกับงาน

กิจกรรมที่ต้องทำงานกับเชือกนั้นเป็นกิจกรรมที่อันตรายและมีความเสี่ยง อาจก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บที่รุนแรงหรือเสียชีวิตได้ ดังเราควรเลือกฝึกปฎิบัติวิธีการใช้อุปกรณ์ที่ถูกต้องเหมาะสมกับงาน สถานที่ และกิจกรรมที่เราทำจากผู้เชี่ยวชาญ และจากโรงงานผู้ผลิต หากคุณต้องการเรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการความเสี่ยง คลิกที่นี้

ในปัจจุบันเราจะเห็นว่ามีคาราบินเนอร์อยู่มากมายหลากหลายชนิด และผู้ผลิตแต่ละบริษัทก็ได้ออกแบบคาราบินเนอร์ของตนเอง ซี่งจัดจำแนกประเภทการใช้งานแต่ละอย่างแตกต่างกันไปซึ่งในบทความนี้ผมจะพูดเกี่ยวกับคาราบินเนอร์ที่เราใช้สำหรับกีฬาปีนหน้าผา หลายๆครั้งที่ผมเจอ ยังคงมีนักปีนหลายคนที่เลือกใช้คาราบินเนอร์ที่ไม่เหมาะสมกับงาน ไม่ว่าจะเป็นทั้งผู้ที่มีประสบการณ์แล้วและมือใหม่

เอาเป็นว่าเรามาเริ่มต้นทำความรู้จักคาราบินเนอร์กันก่อนว่ามีอะไรกันบ้าง ซึ่งจำแนกออกมาได้ 3 อย่างดังต่อไปนี้ ( หมายเหตุ อ้างอิงจากคาราบินเนอร์สำหรับการทำงานของผม )

No alt text provided for this image

1. รูปทรง (Shape)

  • ลักษณะตัว D นำ้หนักการโหลดรับได้ดีจากการดึงแบบสองทาง และจุดที่แข็งแรงที่สุดคือตรงสันหลังของคาราบินเนอร์
  • ลักษณะแบบ HMS ( “Halbmastwurfsicherung” ) เป็นภาษาเยอรมันที่แปลว่า “Half mast throwing device ” ส่วนมากเป็นคาราบินเนอร์ขนาดใหญ่ มีหน้ากว้างและผิวกลมเรีบบ ซึ่งเหมาะสำหรับการบีเลย์, การโรยตัวและการทำเงื่อน Munter Hitch
  • วงรี (Oval) เป็นคาราบินเนอร์พื้นฐานที่มีแนวโค้ง และผิวกลมเรียบ ง่ายต่อการหมุนเปลี่ยนตำแหน่งของคาราบินเนอร์

2. ประเภท ( Locking vs Non-Locking ) คืออะไร แปลง่ายๆก็คือคาราบินเนอร์แบบที่็ล็อคได้แบบออโต้ , แบบ Mannual และแบบที่ล็อคไม่ได้

  • ล็อคกิ้งคาราบินเนอร์ส่วนใหญ่ จะมีประตูที่ 3 แบบคือ

> Single Action จะเป็นแบบ Screw gate ซึ่งการใช้งานคือต้องตรวจเช็คการหมุนของ ประตูในการเปิด-ปิด

> Double Action ส่วนใหญ่ที่เห็นก็คือคาราบินเนอร์ที่มีประตู Twist Lock แน่นอนว่าสำหรับคนที่มักขี้ลืมในการปิดประตูของคาราบินเนอร์ อุปกรณ์นี้เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ อย่างไรก็ตามข้อด้วยของมันก็มีคือ การเปิด-ปิดยากกับมือเดียวและใส่ถุงมือทำงาน

> Triple Action มีทั้งแบบที่เป็น Twist lock และประตูแม่เหล็ก ( Magnetron ) ส่วนการใช้งานแบบแม่เหล็กก็ต้องบีบตรงประตูพร้อมกันถึงจะสามารถเปิดได้ และแค่ปล่อยประตูเพื่อทำการล็อค

3. หลักฐานการรับรอง คาราบินเนอร์สำหรับปีนหน้าทุกประเภทจะต้องผ่านการรับรองต้องมีตรา CE ติดอยู่ที่คาราบินเนอร์ และมาตราฐานการสำหรับการรองรับนำ้หนักน้อยสุด MBS จะอยู่ที่ประมาณ 20 kN หรือนำ้หนักมากกว่ารถเก่งเล็ก 1 คน จากการดึงสองทาง และ 7 kN หากเกิดการดึงแบบประตูไม่ได้ล็อค และเกิด Cross Load ส่วนตรงคาราบินเนอร์นั้นก็จะมีสัญลักษณ์อักษรภาษาอังกฤษ ตัวอย่างเช่น ( H หมายถึง ใช้สำหรับการบีเลย์ โรยตัว และ เงื่อน hitches ต่างๆ ), ( B หมายถึง Base ส่วนมากใช้สำหรับทำแองเคอร์ และกับ Personal Anchor Sytem และสามารถใช้กับ Gri Gri และ Assisted bealy device อื่นที่คล้ายกัน), ( K หมายถึงการใช้งานกับ การปีนแบบ Via Ferrata ) แต่อย่างไรก็ตามข้อบังคังนี้ก็ขึ้นอยู่กับกิจกรรมที่ทำด้วยเช่นกัน

No alt text provided for this image

สุดท้ายนี้สำหรับการใช้งานคาราบินเนอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในกิจกรรมที่ต้องทำงานกับเชือกสำหรับกีฬา เช่นปีนหน้าผา, สำรวจถ้ำ นิยมใช้คาราบินเนอร์ที่ทำมาจาก อะลูมิเนียม ซึ่งมีน้ำหนักเบา ซึ่งถ้าเปรียบกับสำหรับงาน กู้ภัย, การทำงานบนที่สูง, หรืองานในอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวกับเชือก นิยมใช้คาราบินเนอร์ที่ทำมากจากเหล็กซึ่งมีความทนทานสูงกว่าและเหมาะสมกับงานที่ต้องใช้แรงดึงเยอะๆ

หวังว่าคงเป็นข้อมูลดีๆสำหรับทุกคนและขอขอบคุณที่ตั้งใจอ่านครับ หากมีคำถามหรือข้อสงสัยสามารถส่งข้อความมาที่ Facebook หรือ IG ของไคลมบ์ โลจิคได้

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s

search previous next tag category expand menu location phone mail time cart zoom edit close